ตัวอย่าง Portfolio สมัครงาน 5 สายงาน + โครงทีละหน้า

ตัวอย่าง portfolio สมัครงาน 5 สายงาน marketing content AE BD designer

ตัวอย่าง Portfolio สมัครงานที่ดีไม่ได้วัดที่ความสวย แต่วัดที่ว่าเปิดมา 3 หน้าแรกแล้วคนจ้างรู้ทันทีว่าทำตำแหน่งนี้ได้ บทความนี้รวมตัวอย่างพอร์ต 5 สายงาน คือ Digital Marketing, Content Creator, Account Executive, Business Development และ Graphic Designer พร้อมโครงทีละหน้าและตัวอย่างเคสแบบเขียนจริง

ตัวอย่างพอร์ตที่หาได้ทั่วไปมักเป็นภาพพอร์ตนักเรียน หรือภาพสวย ๆ ที่ไม่มีคำอธิบาย ทำให้ดูแล้วรู้ว่า “สวย” แต่ไม่รู้ว่า “ควรเขียนอะไร” ตัวอย่างในบทความนี้จึงเขียนเป็นข้อความทุกหน้า ทุกเคสเป็นเคสสมมติเพื่อแสดงวิธีเล่า ถ้ายังไม่มีโครงพอร์ตเลย เริ่มจากแบบฟอร์ม Portfolio ฟรี แล้วค่อยกลับมาดูตัวอย่างตามสายงาน

HR และหัวหน้างานดูอะไรในพอร์ตสมัครงาน

คนอ่านพอร์ตมองหา 3 อย่าง: ตำแหน่งตรงไหม, ทำอะไรเองจริง, และได้ผลอะไร ถ้าหาไม่เจอใน 2–3 หน้าแรก มักไม่อ่านต่อ

สิ่งที่มองหา อยู่ในหน้าไหน เขียนยังไงให้เจอเร็ว
ตำแหน่งตรงกับที่เปิดรับ หน้าปก Headline = ตำแหน่ง + จุดแข็ง + ตัวเลข
ทักษะตรงประกาศงาน About / Skills ใช้คำเดียวกับในประกาศงาน
บทบาทของตัวเอง ทุกเคส ระบุว่า “ทำเอง / นำทีม / ร่วมทำ” ส่วนไหน
ผลลัพธ์ ท้ายทุกเคส ตัวเลข 2–3 ตัว เทียบก่อน–หลัง
วิธีคิด กลางเคส บอกว่าเลือกทางนี้เพราะอะไร

แนวทางของ Nielsen Norman Group เรื่องพอร์ตฟอลิโอก็ให้น้ำหนักกับการเล่ากระบวนการคิดและบทบาทของตัวเองมากกว่าการโชว์ภาพผลงานสำเร็จอย่างเดียว (NN/g — UX-Design Portfolios) หลักนี้ใช้ได้กับสายการตลาดและเอเจนซีเช่นกัน

ตัวอย่าง Portfolio สมัครงาน สาย Digital Marketing

เคสแรกควรเป็นแคมเปญที่คุมงบหรือวางแผนเอง เพราะตำแหน่งนี้ถูกประเมินจากตัวเลขเป็นหลัก

โครงทีละหน้า (12 หน้า):

  • หน้า 1 หน้าปก: Digital Marketing Executive | Paid Social & Search | ดูแลงบรวม 1.5 ล้านบาท/ปี
  • หน้า 2 About: 3 ปีในเอเจนซีดิจิทัล ดูแลแบรนด์ความงามและอาหาร
  • หน้า 3 Skills: Meta Ads Manager, Google Ads, GA4, Looker Studio, Content Planning
  • หน้า 4–5 เคส 1: แคมเปญ Lead Generation
  • หน้า 6–7 เคส 2: ปรับโครงสร้างบัญชีโฆษณา
  • หน้า 8–9 เคส 3: แคมเปญเปิดตัวสินค้าใหม่
  • หน้า 10 Dashboard ตัวอย่าง (ปิดชื่อลูกค้า) · หน้า 11 Certifications · หน้า 12 Contact

ตัวอย่างเคส (สมมติ):

  • ชื่อเคส: ลดต้นทุนต่อ Lead 35% ให้คลินิกความงาม
  • P: คลินิกได้ Lead จากแอดจำนวนมาก แต่ต้นทุนต่อ Lead สูงและ Lead ส่วนใหญ่ไม่พร้อมนัด
  • S: แยกแคมเปญตามบริการ ใช้ฟอร์มที่มีคำถามคัดกรอง รับผิดชอบวางแผนและตั้งค่าแคมเปญทั้งหมด
  • E: ทดสอบ Creative 6 ชุด, ปรับกลุ่มเป้าหมาย, ทำ Dashboard ติดตามรายสัปดาห์
  • R: ต้นทุนต่อ Lead ลด 35% ใน 2 เดือน, สัดส่วน Lead ที่นัดได้จริงเพิ่มขึ้น

ดูวิธีเลือกตัวเลขและลำดับเคสสายการตลาดแบบละเอียดได้ที่ พอร์ตฟอลิโอสายการตลาด

ตัวอย่าง Portfolio สาย Content Creator / Social Media

สายคอนเทนต์ต้องโชว์ทั้ง “ชิ้นงาน” และ “ผลของชิ้นงาน” ให้คนอ่านเห็นว่าเข้าใจทั้งครีเอทีฟและตัวเลข

โครงทีละหน้า (10–12 หน้า):

  • หน้า 1 หน้าปก: Content Creator | Short-form Video & Social Strategy
  • หน้า 2 About + แพลตฟอร์มที่ถนัด (TikTok, Instagram, Facebook)
  • หน้า 3 Content Pillar ที่เคยวาง (1 หน้าแผนภาพ)
  • หน้า 4–5 เคส 1: ซีรีส์คอนเทนต์ที่ยอดวิวโตต่อเนื่อง
  • หน้า 6–7 เคส 2: คอนเทนต์ร่วมกับ Influencer
  • หน้า 8–9 Gallery: ภาพหน้าจอโพสต์ 6–9 ชิ้น + ลิงก์คลิปจริง
  • หน้า 10 เครื่องมือ: CapCut, Canva, Meta Business Suite · หน้า 11 Contact

ตัวอย่างเคส (สมมติ):

  • ชื่อเคส: ซีรีส์ “ทริกออฟฟิศ 30 วิ” ดัน Follower เพจแบรนด์จาก 8K เป็น 20K ใน 3 เดือน
  • P: เพจแบรนด์เครื่องเขียนมี Engagement ต่ำ คอนเทนต์เป็นภาพสินค้าอย่างเดียว
  • S: เปลี่ยนเป็นคลิปสั้นแบบ How-to ใช้สินค้าในสถานการณ์จริง เป็นคนคิดคอนเซปต์และเขียนสคริปต์
  • E: ผลิต 3 คลิป/สัปดาห์, ทดสอบ Hook 3 แบบ, สรุปผลรายสัปดาห์กับทีม
  • R: Follower เพิ่มจาก 8K เป็น 20K, Engagement Rate เฉลี่ยสูงขึ้นจากช่วงก่อนทำ

สำหรับสาย Influencer Marketing ที่ต้องโชว์การดูแล KOL หลายคน มีเทมเพลตเฉพาะอย่าง Influencer Specialist Portfolio Template

สรุปตัวอย่าง portfolio สมัครงานแยกตามสายงาน เคสแรกที่ควรขึ้น

ตัวอย่าง Portfolio สาย Account Executive (AE)

AE ไม่ต้องมีภาพงานสวย แต่ต้องเล่าว่าดูแลลูกค้าให้งานจบ ได้ผล และได้งานต่อ สายนี้คนทำพอร์ตน้อย พอร์ต 3 เคสที่เล่าชัดจึงช่วยให้ใบสมัครโดดขึ้นมาได้

โครงทีละหน้า (10 หน้า):

  • หน้า 1 หน้าปก: Account Executive | Integrated Campaign | ดูแลลูกค้า 6 แบรนด์พร้อมกัน
  • หน้า 2 About + ประเภทลูกค้าที่เคยดูแล (FMCG, Retail, Tech)
  • หน้า 3 Timeline งานที่ดูแลในแต่ละปี
  • หน้า 4–5 เคส 1: แคมเปญที่คุมตั้งแต่ Brief ถึงรายงานผล
  • หน้า 6–7 เคส 2: การแก้วิกฤตงานล่าช้า / ลูกค้าไม่พอใจ
  • หน้า 8 เคส 3: ต่อสัญญาหรือขยายสโคปงาน (Upsell)
  • หน้า 9 เครื่องมือบริหารงาน: Google Sheets, Notion, Asana · หน้า 10 Contact

ตัวอย่างเคส (สมมติ):

  • ชื่อเคส: ขยายสโคปงานลูกค้าจาก Social อย่างเดียวเป็น Integrated Campaign มูลค่าเพิ่ม 2 เท่า
  • P: ลูกค้าจ้างเฉพาะงานโพสต์รายเดือน ผลลัพธ์ไม่ชัด ลูกค้าเริ่มพิจารณาเปลี่ยนเอเจนซี
  • S: เสนอสรุปผลรายเดือนแบบเชื่อมกับยอดขาย แล้วเสนอแคมเปญไตรมาสที่รวม Influencer + Ads เป็นผู้นำเสนอหลัก
  • E: ประสานทีม Creative, Media และ Influencer รวม 8 คน, คุมไทม์ไลน์ 10 สัปดาห์
  • R: ลูกค้าต่อสัญญาและเพิ่มงบเป็น 2 เท่า, งานส่งตรงเวลาทุกเฟส

เอาเคสเดียวกันไปเขียนเป็น Bullet ในเรซูเม่ได้ ดูวิธีได้ที่ เรซูเม่ Account Executive

ตัวอย่าง Portfolio สาย Business Development (BD)

พอร์ต BD คือพอร์ตที่เล่า “ดีล” ให้เห็นกระบวนการตั้งแต่หาโอกาสจนปิดได้ ข้อมูลลับให้แปลงเป็นสัดส่วนหรือช่วงตัวเลข

โครงทีละหน้า (8–10 หน้า):

  • หน้า 1 หน้าปก: Business Development Manager | Agency New Business | ดูแล Pipeline ลูกค้าใหม่ทั้งปี
  • หน้า 2 About + อุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญ
  • หน้า 3 ภาพรวม Pipeline และ Win Rate (ปิดชื่อลูกค้า)
  • หน้า 4–5 เคส 1: Pitch ที่ชนะ
  • หน้า 6–7 เคส 2: พาร์ตเนอร์ระยะยาว
  • หน้า 8 บทเรียนจากดีลที่แพ้ (ทางเลือก — ช่วยให้เห็นวิธีคิด) · หน้า 9 Contact

ตัวอย่างเคส (สมมติ):

  • ชื่อเคส: ชนะ Pitch แบรนด์ค้าปลีกจาก 4 เอเจนซีที่แข่ง ได้สัญญา 1 ปี
  • P: แบรนด์ต้องการเอเจนซีใหม่ที่ดูแลทั้ง Online และหน้าร้าน
  • S: สัมภาษณ์ทีมขายหน้าร้านของลูกค้าก่อนทำ Proposal เพื่อหา Pain Point ที่เอเจนซีอื่นไม่รู้
  • E: ประสานทีม Strategy + Creative วาง Proposal 3 ทางเลือกงบ, นำเสนอรอบสุดท้าย
  • R: ชนะ Pitch, ได้สัญญา 1 ปี และขยายต่อเป็นงานปีที่ 2

ตัวอย่าง Portfolio สาย Graphic Designer

สายดีไซน์ใช้ภาพเป็นหลักได้ แต่ทุกเคสยังต้องมีโจทย์และผลลัพธ์ ไม่อย่างนั้นพอร์ตจะเป็นแค่อัลบั้มรูป

โครงทีละหน้า (15 หน้า):

  • หน้า 1 หน้าปก: Graphic Designer | Key Visual & Brand Identity
  • หน้า 2 About + สไตล์งาน
  • หน้า 3–6 เคส 1: Key Visual แคมเปญ + Adaptation หลายขนาด
  • หน้า 7–9 เคส 2: Brand Identity / Rebrand
  • หน้า 10–11 เคส 3: Social Asset ปริมาณมาก + Template ที่ทำให้ทีม
  • หน้า 12–13 Gallery งานย่อย
  • หน้า 14 Tools: Figma, Adobe Photoshop, Illustrator, After Effects · หน้า 15 Contact

ตัวอย่างเคส (สมมติ):

  • ชื่อเคส: Rebrand ร้านกาแฟท้องถิ่น ใช้จริงทั้งแก้ว ป้าย และเพจ
  • P: ร้านมีโลโก้หลายเวอร์ชัน ภาพลักษณ์ไม่เป็นชุดเดียวกัน
  • S: ทำ Moodboard 3 ทิศทาง ให้เจ้าของร้านเลือกจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • E: ออกแบบโลโก้, ชุดสี, ฟอนต์, Template โพสต์ 6 แบบ, Brand Guideline 12 หน้า
  • R: ร้านนำไปใช้กับบรรจุภัณฑ์และหน้าร้านจริง ทีมร้านทำโพสต์เองได้จาก Template

เรื่องแบ่งหน้าที่ระหว่างเรซูเม่กับพอร์ตสำหรับดีไซเนอร์ อ่านต่อได้ที่ Resume Graphic Designer

อยากให้ช่วยดูว่าพอร์ตของตัวเองควรเอาเคสไหนขึ้นก่อน?
ส่งตำแหน่งที่อยากสมัครและเคสที่มีมาใน LINE @nko5717u ได้ เราช่วยจัดลำดับเคสให้ตรงประกาศงาน → แอด LINE

สรุปเทียบ 5 สายงาน: เคสแรก ความยาว และตัวเลขหลัก

สายงาน เคสแรกที่ควรขึ้น ความยาว ตัวเลขหลัก
Digital Marketing แคมเปญที่คุมงบเอง 10–12 หน้า CPA, ROAS, Conversion
Content Creator ซีรีส์คอนเทนต์ที่โต 10–12 หน้า Reach, Engagement, Follower
Account Executive แคมเปญที่ดูแลครบวงจร 8–10 หน้า มูลค่างาน, การต่อสัญญา
Business Development Pitch ที่ชนะ 8–10 หน้า มูลค่าดีล, Win Rate
Graphic Designer Key Visual / Brand Identity 12–15 หน้า จำนวนชิ้นงาน, การนำไปใช้จริง

ทุกสายใช้โครงเล่าเคส P-S-E-R เหมือนกัน รายละเอียดวิธีเขียนแต่ละขั้นอยู่ใน Case Study พอร์ตฟอลิโอ

4 จุดที่ทำให้พอร์ต “ดูดี แต่ไม่ได้งาน”

  1. ลอกโครงจากตัวอย่างสายอื่น — พอร์ต Designer มีหน้า Gallery เยอะ ถ้า AE ลอกไปจะได้พอร์ตที่ไม่มีเรื่องเล่า
  2. เคสไม่ตรงตำแหน่งที่สมัคร — สลับลำดับเคสทุกครั้งที่เปลี่ยนตำแหน่ง ไม่ต้องทำพอร์ตใหม่ทั้งเล่ม
  3. ตัวเลขอธิบายที่มาไม่ได้ — ทุกตัวเลขต้องตอบได้ในห้องสัมภาษณ์ว่ามาจากไหน วัดช่วงไหน
  4. เปิดเผยข้อมูลลูกค้า — ปิดชื่อแบรนด์ แปลงยอดจริงเป็นเปอร์เซ็นต์ และเบลอส่วนที่อ่อนไหว

ถ้าจะทำพอร์ตเวอร์ชันออนไลน์ควบคู่ ดูขั้นตอนเพิ่มได้ที่ Jobsdb: วิธีทำพอร์ตโฟลิโอออนไลน์

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องตัวอย่าง Portfolio สมัครงาน

Q: สายงานที่ไม่ใช่ครีเอทีฟ เช่น AE หรือ BD ต้องมีพอร์ตไหม?
A: ไม่บังคับ แต่ช่วยให้โดดเด่น เพราะผู้สมัครสายนี้ส่วนใหญ่ไม่มีพอร์ต ใช้ 3 เคสที่เล่าการดูแลลูกค้าหรือปิดดีลด้วยโครง P-S-E-R ก็พอ

Q: พอร์ตสมัครงานควรมีกี่เคส?
A: 3–5 เคส เลือกเคสที่ตรงตำแหน่งที่สุดขึ้นก่อน และตัดเคสที่ไม่มีผลลัพธ์หรือบทบาทไม่ชัดออก

Q: เอาตัวอย่างพอร์ตของคนอื่นมาดัดแปลงได้ไหม?
A: ใช้เป็นแนวทางเรื่องโครงและลำดับได้ แต่เนื้อหา ภาพ และตัวเลขต้องเป็นงานของตัวเอง และไม่ควรลอกดีไซน์มาทั้งหน้า

Q: งานติด NDA จะใส่ในพอร์ตได้ไหม?
A: ได้ถ้าปรับข้อมูล ปิดชื่อลูกค้าแล้วใช้คำอธิบายหมวด เช่น “แบรนด์ค้าปลีกรายใหญ่” แปลงยอดจริงเป็นเปอร์เซ็นต์ และเบลอภาพส่วนที่อ่อนไหว

Q: First Jobber ที่ยังไม่มีผลงาน ใช้อะไรแทนได้?
A: ใช้โปรเจกต์มหาวิทยาลัย งานฝึกงาน งานฟรีแลนซ์ หรือเคสจำลองที่ระบุว่าเป็นโจทย์สมมติ สิ่งที่คนอ่านดูคือวิธีคิดและการเล่า ไม่ใช่ขนาดของแบรนด์


สรุป: ตัวอย่าง Portfolio สมัครงานที่ควรดูคือตัวอย่างที่ตรงสายงานของตัวเอง แต่ละสายมีเคสแรกและตัวเลขหลักต่างกัน ส่วนที่เหมือนกันทุกสายคือหน้าปกต้องบอกตำแหน่ง ทุกเคสต้องบอกบทบาทและผลลัพธ์ และความยาวไม่ควรเกินที่คนอ่านจะอ่านจบได้

คนที่อยากได้เทมเพลตพอร์ตที่วางหน้าเคสไว้ให้กรอกตามโครงเดียวกับบทความนี้ TUS Portfolio Blueprint + Template มีเทมเพลตพร้อมหน้า Case Study โครงเล่าเคส และ Quick Guide สำหรับเริ่มทำได้ทันที

เครื่องมือแนะนำ

TUS Portfolio Blueprint + Template

990.-

  • เทมเพลตพอร์ตฟอลิโอพร้อมหน้า Case Study
  • โครงเล่าเคสให้เห็นวิธีคิดและผลลัพธ์
  • Quick Guide สำหรับเริ่มทำได้ทันที

ดูรายละเอียดเทมเพลตสั่งซื้อ / สอบถามทาง LINE

👉 สั่งซื้อหรือสอบถามทาง LINE @nko5717u — แอด LINE


พร้อมที่จะ Level Up
ชีวิตการทำงานหรือยัง?

อย่าปล่อยให้เวลาหมดไปโดยเปล่า เริ่มต้นวันนี้เพื่อเงินเดือนที่เหมาะกับความสามารถของคุณ

*รับจำนวนจำกัดต่อเดือน เพื่อคุณภาพการดูแลสูงสุด