คำถามที่ควรถามกลับตอนสัมภาษณ์งานคือคำถามที่ช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้จริง และแสดงว่าเตรียมตัวมา เช่น ถามว่าความสำเร็จใน 90 วันแรกหน้าตาเป็นอย่างไร ทีมวัดผลงานด้วยตัวเลขอะไร หรือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของตำแหน่งนี้คืออะไร ควรเตรียมไว้ 3–5 ข้อ และเลือกให้ตรงกับคนที่นั่งสัมภาษณ์ในแต่ละรอบ
ตอนท้ายการสัมภาษณ์ที่กรรมการถามว่า “มีอะไรจะถามไหม” ไม่ใช่มารยาทปิดท้ายเฉย ๆ แต่เป็นช่วงที่กรรมการดูว่าผู้สมัครคิดเรื่องงานลึกแค่ไหน บทความนี้แยกคำถามตามรอบสัมภาษณ์ มีชุดคำถามเฉพาะสายการตลาด วิธีถามเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ และคำถามที่ไม่ควรถาม
ทำไมต้องถามกลับ ตอบว่า “ไม่มีครับ/ค่ะ” ได้ไหม
ตอบว่าไม่มีได้ แต่เสียโอกาส เพราะคำถามกลับทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน: บอกกรรมการว่าผู้สมัครสนใจงานนี้จริง และช่วยผู้สมัครเช็กว่าบริษัทนี้ใช่หรือไม่
การสัมภาษณ์เป็นการคัดเลือกสองทาง กรรมการกำลังประเมินผู้สมัคร และผู้สมัครก็กำลังประเมินงาน หัวหน้า และทีม คำถามที่ดีจะได้ข้อมูลที่ไม่มีในประกาศงาน เช่น งานจริงแต่ละวัน วิธีวัดผล หรือเหตุผลที่ตำแหน่งนี้ว่าง
| ถ้าตอบว่า “ไม่มี” | ถ้าถามกลับ 2–3 ข้อที่เจาะจง |
|---|---|
| กรรมการอาจคิดว่ายังไม่ได้คิดเรื่องงานนี้จริงจัง | กรรมการเห็นว่าผู้สมัครคิดถึงการทำงานจริงแล้ว |
| ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มสำหรับตัดสินใจ | รู้ว่าความคาดหวังตรงกับที่อยากทำหรือไม่ |
| จบบทสนทนาแบบเรียบ ๆ | มีจังหวะให้เชื่อมกลับไปที่จุดแข็งของตัวเอง |
ถ้าคำถามที่เตรียมมาถูกตอบไปแล้วระหว่างคุย ให้บอกตรง ๆ ว่า “คำถามที่เตรียมมาได้คำตอบระหว่างคุยแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง…” แล้วสรุปสั้น ๆ ว่าได้ยินอะไร วิธีนี้ดีกว่าการถามซ้ำหรือตอบว่าไม่มีเฉย ๆ

คำถามถามกลับ HR (รอบแรก) 7 ข้อ
รอบ HR เน้นคำถามเรื่องขั้นตอน ภาพรวมทีม และวัฒนธรรม เพราะ HR ตอบเรื่องเหล่านี้ได้ชัดที่สุด ยังไม่ต้องถามลึกเรื่องเนื้องานรายวัน เพราะรายละเอียดนั้นอยู่ที่หัวหน้างาน
- “ขั้นตอนหลังจากนี้มีกี่รอบ และแต่ละรอบจะได้คุยกับใคร”
- “ตำแหน่งนี้เปิดใหม่ หรือรับแทนคนเดิม”
- “ทีมที่ตำแหน่งนี้อยู่มีกี่คน และรายงานตรงกับตำแหน่งอะไร”
- “รูปแบบการทำงานเป็นแบบไหน เข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์”
- “คนที่อยู่กับบริษัทนานและทำได้ดี มีลักษณะอะไรเหมือนกัน”
- “ช่วงทดลองงานประเมินกันอย่างไร”
- “คาดว่าจะแจ้งผลภายในกี่วัน”
ข้อ 2 สำคัญกว่าที่คิด ถ้าเป็นตำแหน่งรับแทน ลองถามต่อสุภาพ ๆ ว่าคนเดิมย้ายไปทำอะไร คำตอบบอกได้มากว่าตำแหน่งนี้มีทางเติบโตหรือเป็นตำแหน่งที่คนออกบ่อย
คำถามถามกลับหัวหน้างาน (Hiring Manager) 8 ข้อ
รอบหัวหน้างานคือรอบที่คำถามกลับมีน้ำหนักที่สุด ควรถามเรื่องเป้าหมาย วิธีวัดผล และความท้าทายของงาน เพราะคนนี้คือคนที่จะทำงานด้วยทุกวันและเป็นคนกำหนดว่าอะไรคือ “ทำได้ดี”
- “ถ้าผ่านไป 90 วัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้บอกได้ว่าคนในตำแหน่งนี้ทำได้ดี”
- “ตำแหน่งนี้วัดผลงานด้วยตัวเลขหรือ KPI อะไรเป็นหลัก”
- “ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของทีมในช่วง 6 เดือนข้างหน้าคืออะไร”
- “งานในหนึ่งสัปดาห์ทั่วไป แบ่งเป็นงานวางแผนกับงานลงมือทำประมาณเท่าไหร่”
- “ทีมทำงานร่วมกับแผนกไหนบ่อยที่สุด และตัดสินใจเรื่องงานกันอย่างไร”
- “สไตล์การทำงานกับทีมเป็นแบบไหน เช่น ความถี่ในการ 1:1 หรือการให้ Feedback”
- “คนที่เคยทำตำแหน่งนี้ได้ดีที่สุด ทำอะไรต่างจากคนอื่น”
- “จากที่คุยกันวันนี้ มีจุดไหนในประสบการณ์ที่ยังไม่ชัด และอยากให้อธิบายเพิ่มไหม”
ข้อ 8 เป็นคำถามที่หลายคนไม่กล้าถาม แต่มีประโยชน์มาก เพราะเปิดโอกาสให้แก้ข้อสงสัยของกรรมการก่อนออกจากห้อง แทนที่จะปล่อยให้ไปตัดสินใจทีหลังโดยไม่มีข้อมูลครบ
คำถามถามกลับผู้บริหาร (รอบสุดท้าย) 5 ข้อ
รอบผู้บริหารควรถามภาพใหญ่: ทิศทางธุรกิจ บทบาทของทีมต่อเป้าหมายนั้น และสิ่งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญ หลีกเลี่ยงคำถามเชิงปฏิบัติการที่หัวหน้างานตอบไปแล้ว
- “เป้าหมายของบริษัทในปีหน้าที่สำคัญที่สุดคืออะไร และทีมนี้มีส่วนช่วยตรงไหน”
- “มองว่าอะไรคือจุดที่บริษัทได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุดตอนนี้”
- “ถ้าตำแหน่งนี้ทำได้ดีเกินคาดในปีแรก จะส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร”
- “บริษัทสนับสนุนการพัฒนาคนในทีมอย่างไร”
- “อยากเห็นคนที่เข้ามาใหม่มีทัศนคติแบบไหน”
คำถามเฉพาะสายการตลาด 5 ข้อ ที่ช่วยให้ดูเข้าใจงานจริง
สำหรับตำแหน่ง Marketing, Digital, Brand, AE หรือ BD คำถามที่ดีที่สุดคือคำถามที่แสดงว่าเข้าใจว่างานการตลาดถูกวัดผลอย่างไร ไม่ใช่แค่ถามว่า “ทำงานอะไรบ้าง”
| คำถาม | ได้ข้อมูลอะไร |
|---|---|
| “งบการตลาดแบ่งระหว่าง Brand กับ Performance ประมาณไหน” | งานหนักไปทางสร้างแบรนด์หรือยิงยอดขาย |
| “ใช้เครื่องมือวัดผลตัวไหนเป็นหลัก เช่น GA4, Looker Studio หรือ Dashboard ภายใน” | ข้อมูลพร้อมแค่ไหน ต้องเริ่มจากศูนย์ไหม |
| “ทำงานกับเอเจนซีข้างนอก หรือทำ In-house เป็นส่วนใหญ่” | บทบาทจะเป็นคนลงมือทำหรือคนคุมเอเจนซี |
| “แคมเปญล่าสุดที่ทีมภูมิใจที่สุดคืออะไร วัดผลว่าสำเร็จจากตัวเลขไหน” | มาตรฐานความสำเร็จของทีม |
| “ใครเป็นคนอนุมัติ Creative และงบ ขั้นตอนใช้เวลาประมาณเท่าไหร่” | ความเร็วในการทำงานและจำนวนชั้นอนุมัติ |
ตัวอย่าง: ผู้สมัครตำแหน่ง Performance Marketing Executive ที่ถามว่า “ตอนนี้ทีมดู CPA หรือ ROAS เป็นหลัก และ Attribution ใช้แบบไหน” จะได้ทั้งข้อมูลการทำงานจริง และทำให้กรรมการเห็นทันทีว่าผู้สมัครพูดภาษาเดียวกับทีม คำถามแบบนี้ควรต่อยอดจากสิ่งที่เขียนไว้ใน Resume ด้วย ถ้า Resume เล่าผลงานเป็นตัวเลขชัด บทสนทนาจะไหลต่อได้ง่าย (ดูวิธีเขียนได้ที่ วิธีเขียน Resume ให้เห็น Impact)
ใกล้วันสัมภาษณ์แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะถามอะไรให้ตรงตำแหน่ง?
ส่งประกาศงานมาใน Messenger เพจ Tricks Up Salary ได้ เราช่วยดูว่าคำถามแบบไหนเหมาะกับตำแหน่งและรอบสัมภาษณ์นั้น → ทัก Messenger
ถามเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการตอนไหน ถามยังไงไม่เสียภาพ
เรื่องเงินเดือนถามได้ แต่ควรถามกับ HR และถามหลังจากคุยเรื่องเนื้องานแล้ว ไม่ใช่คำถามแรกกับหัวหน้างาน ถ้ากรรมการเปิดประเด็นเรื่องเงินเดือนเองก่อน ก็คุยได้เลย
ประโยคที่ใช้ได้:
- “ขอทราบช่วงเงินเดือนที่ตั้งไว้สำหรับตำแหน่งนี้ได้ไหม เพื่อให้แน่ใจว่าความคาดหวังตรงกัน”
- “นอกจากเงินเดือนแล้ว โครงสร้างผลตอบแทนมีโบนัสหรือ Incentive ที่ผูกกับผลงานไหม”
- “การปรับเงินเดือนประจำปีพิจารณาจากอะไร และมีรอบประเมินปีละกี่ครั้ง”
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือถามเรื่องวันลา สวัสดิการ หรือ Work from Home เป็นคำถามแรกและคำถามเดียว เพราะกรรมการจะรู้สึกว่าสนใจเงื่อนไขมากกว่าตัวงาน เรื่องเหล่านี้ถามได้ในรอบ HR หรือตอนได้รับข้อเสนอ ซึ่งเป็นจังหวะที่ต่อรองได้จริง
คำถามที่ไม่ควรถามกลับ 6 แบบ
- คำถามที่หาคำตอบได้ในเว็บไซต์บริษัท เช่น “บริษัททำธุรกิจอะไร” ทำให้ดูเหมือนไม่ได้เตรียมตัว
- “ผ่านไหม” หรือ “มีโอกาสได้งานกี่เปอร์เซ็นต์” ทำให้กรรมการลำบากใจ ให้ถามเรื่องขั้นตอนถัดไปแทน
- คำถามเรื่องวันลาและเลิกงานเป็นเรื่องแรก ตามเหตุผลในหัวข้อก่อนหน้า
- คำถามเชิงลบต่อบริษัท เช่น “ได้ยินว่าคนลาออกเยอะ จริงไหม” ถ้าอยากรู้ ให้ถามอ้อมว่า “คนในทีมอยู่กันเฉลี่ยประมาณกี่ปี”
- คำถามส่วนตัวของกรรมการ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน
- คำถามปลายปิดที่ตอบได้คำเดียว เช่น “ทีมใช้ Canva ไหม” ให้เปลี่ยนเป็น “ทีมผลิต Creative ด้วยเครื่องมือและขั้นตอนแบบไหน”
วิธีจดและต่อยอดคำตอบ ให้คำถามกลับกลายเป็นจุดแข็ง
เทคนิคที่ได้ผลคือฟังคำตอบ แล้วเชื่อมกลับไปที่ประสบการณ์ของตัวเองใน 1–2 ประโยค เช่น ถ้าหัวหน้าตอบว่าความท้าทายคือ “ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มี Dashboard กลาง” ก็ต่อได้ว่า “ที่เดิมเคยรวมรีพอร์ต 4 แพลตฟอร์มเป็น Dashboard เดียวบน Looker Studio ถ้าเข้ามาก็เริ่มจากตรงนี้ได้”
ขั้นตอนเตรียมตัวแบบสั้น:
- อ่านประกาศงานแล้วขีดเส้นใต้หน้าที่ 3 ข้อที่สำคัญที่สุด
- เตรียมคำถาม 2 ข้อต่อรอบ และ 1 ข้อสำรอง
- จดคำถามลงสมุดหรือโน้ตในมือถือ พกเข้าห้องสัมภาษณ์ได้ ไม่เสียมารยาท
- ระหว่างคุย ถ้าคำถามไหนถูกตอบแล้ว ให้ขีดทิ้งแล้วใช้ข้อสำรอง
- หลังสัมภาษณ์ จดคำตอบไว้ใช้ตัดสินใจตอนได้รับข้อเสนอ
การตอบคำถามช่วงต้นของการสัมภาษณ์ก็สำคัญพอ ๆ กัน โดยเฉพาะคำถามยอดนิยมอย่างเหตุผลที่ลาออกจากที่เก่า ดูสูตรตอบได้ที่ เหตุผลในการลาออก ตอบสัมภาษณ์ยังไงให้ดูโปร และถ้าคำตอบเรื่องงานหนักบอกว่าทีมมีช่วง Peak บ่อย ลองดูวิธีจัดการใน จัดการงานหนักไม่ให้ Burnout เพื่อประเมินว่ารับไหวหรือไม่ แนวทางจากฝั่งแพลตฟอร์มหางานไทยดูเพิ่มได้ที่ JobThai Career Tips
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องคำถามที่ควรถามกลับ
Q: ควรถามกลับกี่ข้อ?
A: เตรียม 3–5 ข้อ แต่ถามจริง 2–3 ข้อตามเวลาที่เหลือ ถ้ากรรมการดูรีบ ให้เลือกข้อที่สำคัญที่สุดข้อเดียว เช่น เรื่องการวัดผลใน 90 วันแรก
Q: ถามเรื่องเงินเดือนในรอบแรกได้ไหม?
A: ถามกับ HR ได้ โดยถามเป็นช่วงเงินเดือนเพื่อเช็กความคาดหวังให้ตรงกัน แต่ไม่ควรเป็นคำถามแรก และไม่ควรถามกับหัวหน้างานก่อนคุยเรื่องเนื้องาน
Q: ถ้าคำถามที่เตรียมมาถูกตอบไปหมดแล้ว ควรพูดว่าอะไร?
A: บอกว่าคำถามที่เตรียมมาได้คำตอบระหว่างคุยแล้ว สรุปสิ่งที่ได้ยินสั้น ๆ 1 ประโยค แล้วถามเรื่องขั้นตอนถัดไป วิธีนี้แสดงว่าตั้งใจฟังตลอดการสัมภาษณ์
Q: สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ควรถามกลับเป็นภาษาอังกฤษไหม?
A: ควรใช้ภาษาเดียวกับการสัมภาษณ์ ประโยคที่ใช้บ่อย เช่น “What does success look like in the first 90 days?” และ “What are the biggest challenges for the team this year?”
Q: จดคำถามใส่กระดาษเข้าไปในห้องได้ไหม?
A: ได้ และมักดูเป็นมืออาชีพด้วย เพราะแสดงว่าเตรียมตัวมา แค่อย่าอ่านจากกระดาษตลอดเวลา ให้เหลือบดูเพื่อเตือนความจำแล้วถามด้วยภาษาพูด
เครื่องมือแนะนำ
TUS Resume Blueprint
390.- 590.-
- เทมเพลตเรซูเม่ ทั้งแบบดีไซน์และแบบ ATS-friendly
- ตัวอย่างการเขียนแยกตามสายงาน
- คู่มือเปลี่ยน “หน้าที่” เป็น bullet แบบผลลัพธ์
บริการแนะนำ
Consult 1-on-1
2,900.- Google Meet 60 นาที
- วางเรื่องเล่าให้ตรงตำแหน่งที่สมัคร
- ซ้อมคำถามสำคัญแบบเจาะตำแหน่งจริง
- เตรียมการคุยเรื่องเงินเดือนไปพร้อมกัน
ดูรายละเอียดบริการสั่งซื้อ / สอบถามทาง Messenger
* บริการ Consult สำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่เกิน 50,000 บาท
สรุป: คำถามที่ควรถามกลับที่ดีต้องเจาะจง ตรงกับคนที่นั่งสัมภาษณ์ และช่วยให้ตัดสินใจได้จริง รอบ HR ถามขั้นตอนและภาพรวม รอบหัวหน้าถามการวัดผลและความท้าทาย รอบผู้บริหารถามทิศทางธุรกิจ และเก็บเรื่องเงินเดือนไว้ถาม HR ในจังหวะที่เหมาะสม
ก่อนถึงห้องสัมภาษณ์ เอกสารสมัครงานต้องผ่านด่านแรกให้ได้ก่อน TUS Resume Blueprint (390.- จาก 590.-) มีเทมเพลตแบบ ATS-friendly และคู่มือเขียน bullet แบบผลลัพธ์ (อ่านเพิ่ม: Resume ATS-Friendly คืออะไร) ส่วนคนที่อยากซ้อมสัมภาษณ์แบบเจาะตำแหน่งจริง ดูบริการ Consult 1-on-1 ได้
👉 สั่งซื้อหรือสอบถามทาง Messenger เพจ Tricks Up Salary — ทัก Messenger
