JobsDB, JobThai และ LinkedIn ต่างกันที่ “วิธีที่ HR หาคน”: JobThai และ JobsDB เป็นเว็บประกาศงาน คนหางานค้นแล้วกดสมัคร โดย JobThai เด่นเรื่องจำนวนประกาศและการค้นตามทำเล ส่วน JobsDB เด่นเรื่องงานออฟฟิศและเอเจนซี่ ขณะที่ LinkedIn เป็นโซเชียลสายอาชีพที่ Recruiter ค้นหาและทักคนเอง เหมาะกับระดับ Mid–Senior และบริษัทต่างชาติ
คำตอบสั้นคือไม่ต้องเลือกเว็บเดียว แต่ต้องรู้ว่าแต่ละเว็บทำหน้าที่อะไร แล้วเตรียมเรซูเม่และโปรไฟล์ให้ตรงวิธีคัดคนของเว็บนั้น บทความนี้เทียบ 3 เว็บทีละหัวข้อ พร้อมสูตรใช้คู่กันตามระดับตำแหน่ง
ตารางเทียบ JobsDB vs JobThai vs LinkedIn
ถ้าดูตารางเดียว ให้ดูแถว “HR หาคนยังไง” เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องเตรียมอะไร
| หัวข้อ | JobsDB | JobThai | |
|---|---|---|---|
| ประเภทเว็บ | เว็บประกาศงาน | เว็บประกาศงาน | โซเชียลสายอาชีพ + ประกาศงาน |
| HR หาคนยังไง | ลงประกาศ + ค้นโปรไฟล์ผู้สมัคร | ลงประกาศ + ค้นเรซูเม่ในระบบ | Recruiter ค้นโปรไฟล์และทักเอง + ลงประกาศ |
| จุดเด่น | งานออฟฟิศ เอเจนซี่ บริษัทขนาดกลาง–ใหญ่ | ประกาศหลากหลาย ค้นตามทำเล/รถไฟฟ้าได้ | บริษัทต่างชาติ งานระดับ Mid–Senior ทักคนในทีมได้ |
| ระดับที่เหมาะ | Junior–Mid | First Jobber–Mid | Mid–Senior, Manager |
| ภาษาเรซูเม่ | ไทย / อังกฤษ | ไทยเป็นหลัก | อังกฤษเป็นหลัก |
| สิ่งที่ต้องเตรียม | เรซูเม่ ATS + โปรไฟล์ครบ | เรซูเม่ในระบบ + ทำเลที่ต้องการ | โปรไฟล์ครบ + Headline + ผลงาน |
| ค่าใช้จ่ายฝั่งคนหางาน | สมัครฟรี | สมัครฟรี | สมัครฟรี (มี Premium แบบเสียเงิน) |

JobsDB เหมาะกับใคร
JobsDB เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศระดับ Junior–Mid ที่อยากได้ประกาศจากบริษัทและเอเจนซี่ที่ลงประกาศจริงจัง หน้าเว็บ JobsDB แบ่งหมวดงานชัด และกรองตามประเภทงาน พื้นที่ และบริษัทได้
ใช้ให้ได้ผล:
- ตั้งชื่อตำแหน่งในโปรไฟล์ให้ตรงคำในประกาศ เช่น “Digital Marketing Executive”
- อัปโหลดเรซูเม่ที่ระบบอ่านออก (คอลัมน์เดียว ไม่ทำเป็นรูปภาพ) ดูหลักได้ที่ Resume ATS-Friendly
- ตั้ง Job Alert ด้วยคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษ 2–3 ชุด แล้วสมัครภายในไม่กี่วันแรกที่ประกาศขึ้น
JobThai เหมาะกับใคร
JobThai เหมาะกับคนที่อยากเห็นประกาศให้ครบ และคนที่เลือกงานจากทำเลเป็นหลัก มีฟีเจอร์ค้นหางานตามเส้นทางรถไฟฟ้า ทำให้คนทำงานในกรุงเทพฯ หางานใกล้บ้านได้ง่าย และมีประกาศจากบริษัทหลายขนาดทั่วประเทศ (สรุปฟีเจอร์ของแต่ละเว็บเพิ่มเติมได้จาก QHunter: เว็บหางานยอดนิยมในไทย)
ใช้ให้ได้ผล:
- กรอกเรซูเม่ในระบบให้ครบทุกช่อง เพราะ HR ค้นจากข้อมูลในระบบด้วย ไม่ใช่แค่ไฟล์แนบ
- ระบุทำเลและเงินเดือนที่คาดหวังให้สมจริง เพื่อให้ตรงกับงานที่ระบบแนะนำ
- เช็กชื่อบริษัทและรายละเอียดงานให้ชัดก่อนส่งข้อมูลส่วนตัว
LinkedIn เหมาะกับใคร
LinkedIn เหมาะกับระดับ Mid–Senior, คนที่อยากเข้าบริษัทต่างชาติ และคนที่อยากให้ Recruiter ทักมาเอง ความต่างสำคัญคือ LinkedIn ทำงานแบบ “ถูกค้นเจอ” มากกว่า “ไปสมัคร” โปรไฟล์จึงสำคัญพอ ๆ กับเรซูเม่
ใช้ให้ได้ผล:
- Headline = ตำแหน่ง + ความถนัด + ผลงาน เช่น “Account Executive | Integrated Campaign | FMCG & Retail”
- ส่วน About เขียน 3–4 บรรทัดแบบเดียวกับ Summary ในเรซูเม่ ใช้ภาษาอังกฤษ
- ใส่ Experience เป็น Bullet ผลลัพธ์ ไม่ใช่หน้าที่ ดูวิธีเขียนได้ที่ วิธีเขียน Resume ให้เห็น Impact
- ถ้าบริษัทเป้าหมายมี Recruiter หรือหัวหน้าทีมอยู่บน LinkedIn ทักสั้น ๆ พร้อมเหตุผลที่สนใจ ได้ผลกว่าการกดสมัครอย่างเดียว
อยากให้ช่วยดูว่าเรซูเม่หรือ Headline ตรงคำที่ HR ค้นไหม?
ส่งมาใน Messenger เพจ Tricks Up Salary ได้ เราช่วยชี้จุดที่ควรเติมคีย์เวิร์ดก่อนยื่น → ทัก Messenger
สูตรใช้ 3 เว็บคู่กัน ตามระดับตำแหน่ง
ใช้เว็บประกาศงานเพื่อ “หาโอกาส” และใช้ LinkedIn เพื่อ “ให้โอกาสหาเรา” แล้วแบ่งเวลาตามระดับตำแหน่ง
| ระดับ | JobsDB | JobThai | |
|---|---|---|---|
| First Jobber | สมัครหลัก | สมัครหลัก | ทำโปรไฟล์ไว้ก่อน |
| Junior–Mid | สมัครหลัก | เสริม | อัปเดตโปรไฟล์ + สมัครบางตำแหน่ง |
| Senior / Manager | เสริม | ใช้น้อย | ช่องทางหลัก + ทักตรง |
| สมัครบริษัทต่างชาติ | เสริม | ใช้น้อย | ช่องทางหลัก |
บริษัทเดียวกันมักลงประกาศหลายเว็บพร้อมกัน ถ้าเจอประกาศซ้ำ ให้เลือกสมัครช่องทางเดียวที่โปรไฟล์ของเราพร้อมที่สุด ไม่ต้องสมัครซ้ำทุกเว็บ สำหรับสายการตลาดและเอเจนซี่โดยเฉพาะ ดูช่องทางเสริมอื่นได้ที่ เว็บหางานสายการตลาด / เอเจนซี่
3 ความเข้าใจผิดเรื่องเว็บหางาน
- “สมัครเยอะเว็บ = ได้งานเร็ว” — เรซูเม่เดิมที่ไม่ตรงประกาศ ส่งไปกี่เว็บก็ไม่ถูกเรียก ปรับคีย์เวิร์ดตามประกาศก่อนสำคัญกว่า
- “LinkedIn ใช้แค่ตอนหางาน” — โปรไฟล์ที่อัปเดตตลอดมีโอกาสถูกทักแม้ยังไม่ได้หางาน และดูน่าเชื่อกว่าโปรไฟล์ที่เพิ่งทำ
- “เว็บไหนก็ใช้เรซูเม่ไฟล์เดียวกันได้” — เว็บไทยรับเรซูเม่ภาษาไทยได้ แต่ LinkedIn และบริษัทต่างชาติคาดหวังภาษาอังกฤษ ถ้าไม่แน่ใจว่าบริษัทขอเอกสารแบบไหน ดู CV กับ Resume ต่างกันยังไง
ถ้าเริ่มได้รับนัดสัมภาษณ์จากบริษัทต่างชาติ เตรียมช่วงแรกได้ที่ แนะนำตัวภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์งาน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่อง JobsDB, JobThai และ LinkedIn
Q: JobsDB กับ JobThai เว็บไหนดีกว่า?
A: ขึ้นกับงานที่หา JobThai เหมาะกับการกวาดประกาศให้ครบและเลือกงานตามทำเล ส่วน JobsDB เหมาะกับงานออฟฟิศและเอเจนซี่ ใช้ทั้งสองเว็บคู่กันได้เพราะสมัครฟรีทั้งคู่
Q: LinkedIn ต้องเสียเงินไหม?
A: สร้างโปรไฟล์และสมัครงานได้ฟรี มีแพ็กเกจ Premium แบบเสียเงินสำหรับฟีเจอร์เพิ่ม แต่ไม่จำเป็นสำหรับการเริ่มหางาน
Q: ควรใส่เรซูเม่ภาษาอะไรในแต่ละเว็บ?
A: JobThai ใช้ภาษาไทยได้ JobsDB ควรมีทั้งไทยและอังกฤษ ส่วน LinkedIn ควรเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อตำแหน่งและเครื่องมือควรเป็นภาษาอังกฤษในทุกเวอร์ชัน
Q: เจอประกาศเดียวกันหลายเว็บ ควรสมัครทุกเว็บไหม?
A: ไม่จำเป็น สมัครช่องทางเดียวที่เรซูเม่หรือโปรไฟล์พร้อมที่สุด การสมัครซ้ำไม่ช่วยให้ถูกเรียกเร็วขึ้น
Q: First Jobber ควรเริ่มที่เว็บไหน?
A: เริ่มจาก JobThai และ JobsDB เพราะมีประกาศระดับเริ่มต้นเยอะ แล้วทำโปรไฟล์ LinkedIn ไปพร้อมกันเพื่อใช้ในอนาคต
สรุป: JobsDB vs JobThai vs LinkedIn ไม่ใช่เรื่องเลือกเว็บที่ดีที่สุด แต่เป็นการใช้แต่ละเว็บให้ตรงหน้าที่ JobThai กับ JobsDB ใช้หาประกาศและกดสมัคร LinkedIn ใช้ทำให้ถูกค้นเจอ สิ่งที่ใช้ร่วมกันทุกเว็บคือเรซูเม่ที่ระบบอ่านออก มีคีย์เวิร์ดตรงประกาศ และมีผลงานเป็นตัวเลข
คนที่อยากได้เรซูเม่ที่พร้อมใช้ทั้งเว็บไทยและ LinkedIn TUS Resume Blueprint มีเทมเพลตแบบ ATS และแบบดีไซน์ คู่มือเขียน Bullet แบบผลลัพธ์ และตัวอย่างแยกตามสายงาน
เครื่องมือแนะนำ
TUS Resume Blueprint
- เทมเพลตเรซูเม่ ทั้งแบบดีไซน์และแบบ ATS-friendly
- ตัวอย่างการเขียนแยกตามสายงาน
- คู่มือเปลี่ยน “หน้าที่” เป็น bullet แบบผลลัพธ์
👉 สั่งซื้อหรือสอบถามทาง Messenger เพจ Tricks Up Salary — ทัก Messenger
