คำถามที่ควรถามกลับตอนสัมภาษณ์งาน 25 ข้อ แยกตามรอบ

คำถามที่ควรถามกลับตอนสัมภาษณ์งาน แยกตามรอบ HR หัวหน้างาน ผู้บริหาร

คำถามที่ควรถามกลับตอนสัมภาษณ์งานคือคำถามที่ช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้จริง และแสดงว่าเตรียมตัวมา เช่น ถามว่าความสำเร็จใน 90 วันแรกหน้าตาเป็นอย่างไร ทีมวัดผลงานด้วยตัวเลขอะไร หรือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของตำแหน่งนี้คืออะไร ควรเตรียมไว้ 3–5 ข้อ และเลือกให้ตรงกับคนที่นั่งสัมภาษณ์ในแต่ละรอบ

ตอนท้ายการสัมภาษณ์ที่กรรมการถามว่า “มีอะไรจะถามไหม” ไม่ใช่มารยาทปิดท้ายเฉย ๆ แต่เป็นช่วงที่กรรมการดูว่าผู้สมัครคิดเรื่องงานลึกแค่ไหน บทความนี้แยกคำถามตามรอบสัมภาษณ์ มีชุดคำถามเฉพาะสายการตลาด วิธีถามเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ และคำถามที่ไม่ควรถาม

ทำไมต้องถามกลับ ตอบว่า “ไม่มีครับ/ค่ะ” ได้ไหม

ตอบว่าไม่มีได้ แต่เสียโอกาส เพราะคำถามกลับทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน: บอกกรรมการว่าผู้สมัครสนใจงานนี้จริง และช่วยผู้สมัครเช็กว่าบริษัทนี้ใช่หรือไม่

การสัมภาษณ์เป็นการคัดเลือกสองทาง กรรมการกำลังประเมินผู้สมัคร และผู้สมัครก็กำลังประเมินงาน หัวหน้า และทีม คำถามที่ดีจะได้ข้อมูลที่ไม่มีในประกาศงาน เช่น งานจริงแต่ละวัน วิธีวัดผล หรือเหตุผลที่ตำแหน่งนี้ว่าง

ถ้าตอบว่า “ไม่มี” ถ้าถามกลับ 2–3 ข้อที่เจาะจง
กรรมการอาจคิดว่ายังไม่ได้คิดเรื่องงานนี้จริงจัง กรรมการเห็นว่าผู้สมัครคิดถึงการทำงานจริงแล้ว
ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มสำหรับตัดสินใจ รู้ว่าความคาดหวังตรงกับที่อยากทำหรือไม่
จบบทสนทนาแบบเรียบ ๆ มีจังหวะให้เชื่อมกลับไปที่จุดแข็งของตัวเอง

ถ้าคำถามที่เตรียมมาถูกตอบไปแล้วระหว่างคุย ให้บอกตรง ๆ ว่า “คำถามที่เตรียมมาได้คำตอบระหว่างคุยแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง…” แล้วสรุปสั้น ๆ ว่าได้ยินอะไร วิธีนี้ดีกว่าการถามซ้ำหรือตอบว่าไม่มีเฉย ๆ

คำถามที่ควรถามกลับตอนสัมภาษณ์งาน แยกตามรอบ

คำถามถามกลับ HR (รอบแรก) 7 ข้อ

รอบ HR เน้นคำถามเรื่องขั้นตอน ภาพรวมทีม และวัฒนธรรม เพราะ HR ตอบเรื่องเหล่านี้ได้ชัดที่สุด ยังไม่ต้องถามลึกเรื่องเนื้องานรายวัน เพราะรายละเอียดนั้นอยู่ที่หัวหน้างาน

  1. “ขั้นตอนหลังจากนี้มีกี่รอบ และแต่ละรอบจะได้คุยกับใคร”
  2. “ตำแหน่งนี้เปิดใหม่ หรือรับแทนคนเดิม”
  3. “ทีมที่ตำแหน่งนี้อยู่มีกี่คน และรายงานตรงกับตำแหน่งอะไร”
  4. “รูปแบบการทำงานเป็นแบบไหน เข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์”
  5. “คนที่อยู่กับบริษัทนานและทำได้ดี มีลักษณะอะไรเหมือนกัน”
  6. “ช่วงทดลองงานประเมินกันอย่างไร”
  7. “คาดว่าจะแจ้งผลภายในกี่วัน”

ข้อ 2 สำคัญกว่าที่คิด ถ้าเป็นตำแหน่งรับแทน ลองถามต่อสุภาพ ๆ ว่าคนเดิมย้ายไปทำอะไร คำตอบบอกได้มากว่าตำแหน่งนี้มีทางเติบโตหรือเป็นตำแหน่งที่คนออกบ่อย

คำถามถามกลับหัวหน้างาน (Hiring Manager) 8 ข้อ

รอบหัวหน้างานคือรอบที่คำถามกลับมีน้ำหนักที่สุด ควรถามเรื่องเป้าหมาย วิธีวัดผล และความท้าทายของงาน เพราะคนนี้คือคนที่จะทำงานด้วยทุกวันและเป็นคนกำหนดว่าอะไรคือ “ทำได้ดี”

  1. “ถ้าผ่านไป 90 วัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้บอกได้ว่าคนในตำแหน่งนี้ทำได้ดี”
  2. “ตำแหน่งนี้วัดผลงานด้วยตัวเลขหรือ KPI อะไรเป็นหลัก”
  3. “ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของทีมในช่วง 6 เดือนข้างหน้าคืออะไร”
  4. “งานในหนึ่งสัปดาห์ทั่วไป แบ่งเป็นงานวางแผนกับงานลงมือทำประมาณเท่าไหร่”
  5. “ทีมทำงานร่วมกับแผนกไหนบ่อยที่สุด และตัดสินใจเรื่องงานกันอย่างไร”
  6. “สไตล์การทำงานกับทีมเป็นแบบไหน เช่น ความถี่ในการ 1:1 หรือการให้ Feedback”
  7. “คนที่เคยทำตำแหน่งนี้ได้ดีที่สุด ทำอะไรต่างจากคนอื่น”
  8. “จากที่คุยกันวันนี้ มีจุดไหนในประสบการณ์ที่ยังไม่ชัด และอยากให้อธิบายเพิ่มไหม”

ข้อ 8 เป็นคำถามที่หลายคนไม่กล้าถาม แต่มีประโยชน์มาก เพราะเปิดโอกาสให้แก้ข้อสงสัยของกรรมการก่อนออกจากห้อง แทนที่จะปล่อยให้ไปตัดสินใจทีหลังโดยไม่มีข้อมูลครบ

คำถามถามกลับผู้บริหาร (รอบสุดท้าย) 5 ข้อ

รอบผู้บริหารควรถามภาพใหญ่: ทิศทางธุรกิจ บทบาทของทีมต่อเป้าหมายนั้น และสิ่งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญ หลีกเลี่ยงคำถามเชิงปฏิบัติการที่หัวหน้างานตอบไปแล้ว

  1. “เป้าหมายของบริษัทในปีหน้าที่สำคัญที่สุดคืออะไร และทีมนี้มีส่วนช่วยตรงไหน”
  2. “มองว่าอะไรคือจุดที่บริษัทได้เปรียบคู่แข่งมากที่สุดตอนนี้”
  3. “ถ้าตำแหน่งนี้ทำได้ดีเกินคาดในปีแรก จะส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร”
  4. “บริษัทสนับสนุนการพัฒนาคนในทีมอย่างไร”
  5. “อยากเห็นคนที่เข้ามาใหม่มีทัศนคติแบบไหน”

คำถามเฉพาะสายการตลาด 5 ข้อ ที่ช่วยให้ดูเข้าใจงานจริง

สำหรับตำแหน่ง Marketing, Digital, Brand, AE หรือ BD คำถามที่ดีที่สุดคือคำถามที่แสดงว่าเข้าใจว่างานการตลาดถูกวัดผลอย่างไร ไม่ใช่แค่ถามว่า “ทำงานอะไรบ้าง”

คำถาม ได้ข้อมูลอะไร
“งบการตลาดแบ่งระหว่าง Brand กับ Performance ประมาณไหน” งานหนักไปทางสร้างแบรนด์หรือยิงยอดขาย
“ใช้เครื่องมือวัดผลตัวไหนเป็นหลัก เช่น GA4, Looker Studio หรือ Dashboard ภายใน” ข้อมูลพร้อมแค่ไหน ต้องเริ่มจากศูนย์ไหม
“ทำงานกับเอเจนซีข้างนอก หรือทำ In-house เป็นส่วนใหญ่” บทบาทจะเป็นคนลงมือทำหรือคนคุมเอเจนซี
“แคมเปญล่าสุดที่ทีมภูมิใจที่สุดคืออะไร วัดผลว่าสำเร็จจากตัวเลขไหน” มาตรฐานความสำเร็จของทีม
“ใครเป็นคนอนุมัติ Creative และงบ ขั้นตอนใช้เวลาประมาณเท่าไหร่” ความเร็วในการทำงานและจำนวนชั้นอนุมัติ

ตัวอย่าง: ผู้สมัครตำแหน่ง Performance Marketing Executive ที่ถามว่า “ตอนนี้ทีมดู CPA หรือ ROAS เป็นหลัก และ Attribution ใช้แบบไหน” จะได้ทั้งข้อมูลการทำงานจริง และทำให้กรรมการเห็นทันทีว่าผู้สมัครพูดภาษาเดียวกับทีม คำถามแบบนี้ควรต่อยอดจากสิ่งที่เขียนไว้ใน Resume ด้วย ถ้า Resume เล่าผลงานเป็นตัวเลขชัด บทสนทนาจะไหลต่อได้ง่าย (ดูวิธีเขียนได้ที่ วิธีเขียน Resume ให้เห็น Impact)

ใกล้วันสัมภาษณ์แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะถามอะไรให้ตรงตำแหน่ง?
ส่งประกาศงานมาใน Messenger เพจ Tricks Up Salary ได้ เราช่วยดูว่าคำถามแบบไหนเหมาะกับตำแหน่งและรอบสัมภาษณ์นั้น → ทัก Messenger

ถามเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการตอนไหน ถามยังไงไม่เสียภาพ

เรื่องเงินเดือนถามได้ แต่ควรถามกับ HR และถามหลังจากคุยเรื่องเนื้องานแล้ว ไม่ใช่คำถามแรกกับหัวหน้างาน ถ้ากรรมการเปิดประเด็นเรื่องเงินเดือนเองก่อน ก็คุยได้เลย

ประโยคที่ใช้ได้:

  • “ขอทราบช่วงเงินเดือนที่ตั้งไว้สำหรับตำแหน่งนี้ได้ไหม เพื่อให้แน่ใจว่าความคาดหวังตรงกัน”
  • “นอกจากเงินเดือนแล้ว โครงสร้างผลตอบแทนมีโบนัสหรือ Incentive ที่ผูกกับผลงานไหม”
  • “การปรับเงินเดือนประจำปีพิจารณาจากอะไร และมีรอบประเมินปีละกี่ครั้ง”

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือถามเรื่องวันลา สวัสดิการ หรือ Work from Home เป็นคำถามแรกและคำถามเดียว เพราะกรรมการจะรู้สึกว่าสนใจเงื่อนไขมากกว่าตัวงาน เรื่องเหล่านี้ถามได้ในรอบ HR หรือตอนได้รับข้อเสนอ ซึ่งเป็นจังหวะที่ต่อรองได้จริง

คำถามที่ไม่ควรถามกลับ 6 แบบ

  1. คำถามที่หาคำตอบได้ในเว็บไซต์บริษัท เช่น “บริษัททำธุรกิจอะไร” ทำให้ดูเหมือนไม่ได้เตรียมตัว
  2. “ผ่านไหม” หรือ “มีโอกาสได้งานกี่เปอร์เซ็นต์” ทำให้กรรมการลำบากใจ ให้ถามเรื่องขั้นตอนถัดไปแทน
  3. คำถามเรื่องวันลาและเลิกงานเป็นเรื่องแรก ตามเหตุผลในหัวข้อก่อนหน้า
  4. คำถามเชิงลบต่อบริษัท เช่น “ได้ยินว่าคนลาออกเยอะ จริงไหม” ถ้าอยากรู้ ให้ถามอ้อมว่า “คนในทีมอยู่กันเฉลี่ยประมาณกี่ปี”
  5. คำถามส่วนตัวของกรรมการ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน
  6. คำถามปลายปิดที่ตอบได้คำเดียว เช่น “ทีมใช้ Canva ไหม” ให้เปลี่ยนเป็น “ทีมผลิต Creative ด้วยเครื่องมือและขั้นตอนแบบไหน”

วิธีจดและต่อยอดคำตอบ ให้คำถามกลับกลายเป็นจุดแข็ง

เทคนิคที่ได้ผลคือฟังคำตอบ แล้วเชื่อมกลับไปที่ประสบการณ์ของตัวเองใน 1–2 ประโยค เช่น ถ้าหัวหน้าตอบว่าความท้าทายคือ “ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มี Dashboard กลาง” ก็ต่อได้ว่า “ที่เดิมเคยรวมรีพอร์ต 4 แพลตฟอร์มเป็น Dashboard เดียวบน Looker Studio ถ้าเข้ามาก็เริ่มจากตรงนี้ได้”

ขั้นตอนเตรียมตัวแบบสั้น:

  1. อ่านประกาศงานแล้วขีดเส้นใต้หน้าที่ 3 ข้อที่สำคัญที่สุด
  2. เตรียมคำถาม 2 ข้อต่อรอบ และ 1 ข้อสำรอง
  3. จดคำถามลงสมุดหรือโน้ตในมือถือ พกเข้าห้องสัมภาษณ์ได้ ไม่เสียมารยาท
  4. ระหว่างคุย ถ้าคำถามไหนถูกตอบแล้ว ให้ขีดทิ้งแล้วใช้ข้อสำรอง
  5. หลังสัมภาษณ์ จดคำตอบไว้ใช้ตัดสินใจตอนได้รับข้อเสนอ

การตอบคำถามช่วงต้นของการสัมภาษณ์ก็สำคัญพอ ๆ กัน โดยเฉพาะคำถามยอดนิยมอย่างเหตุผลที่ลาออกจากที่เก่า ดูสูตรตอบได้ที่ เหตุผลในการลาออก ตอบสัมภาษณ์ยังไงให้ดูโปร และถ้าคำตอบเรื่องงานหนักบอกว่าทีมมีช่วง Peak บ่อย ลองดูวิธีจัดการใน จัดการงานหนักไม่ให้ Burnout เพื่อประเมินว่ารับไหวหรือไม่ แนวทางจากฝั่งแพลตฟอร์มหางานไทยดูเพิ่มได้ที่ JobThai Career Tips

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องคำถามที่ควรถามกลับ

Q: ควรถามกลับกี่ข้อ?
A: เตรียม 3–5 ข้อ แต่ถามจริง 2–3 ข้อตามเวลาที่เหลือ ถ้ากรรมการดูรีบ ให้เลือกข้อที่สำคัญที่สุดข้อเดียว เช่น เรื่องการวัดผลใน 90 วันแรก

Q: ถามเรื่องเงินเดือนในรอบแรกได้ไหม?
A: ถามกับ HR ได้ โดยถามเป็นช่วงเงินเดือนเพื่อเช็กความคาดหวังให้ตรงกัน แต่ไม่ควรเป็นคำถามแรก และไม่ควรถามกับหัวหน้างานก่อนคุยเรื่องเนื้องาน

Q: ถ้าคำถามที่เตรียมมาถูกตอบไปหมดแล้ว ควรพูดว่าอะไร?
A: บอกว่าคำถามที่เตรียมมาได้คำตอบระหว่างคุยแล้ว สรุปสิ่งที่ได้ยินสั้น ๆ 1 ประโยค แล้วถามเรื่องขั้นตอนถัดไป วิธีนี้แสดงว่าตั้งใจฟังตลอดการสัมภาษณ์

Q: สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ควรถามกลับเป็นภาษาอังกฤษไหม?
A: ควรใช้ภาษาเดียวกับการสัมภาษณ์ ประโยคที่ใช้บ่อย เช่น “What does success look like in the first 90 days?” และ “What are the biggest challenges for the team this year?”

Q: จดคำถามใส่กระดาษเข้าไปในห้องได้ไหม?
A: ได้ และมักดูเป็นมืออาชีพด้วย เพราะแสดงว่าเตรียมตัวมา แค่อย่าอ่านจากกระดาษตลอดเวลา ให้เหลือบดูเพื่อเตือนความจำแล้วถามด้วยภาษาพูด


เครื่องมือแนะนำ

TUS Resume Blueprint

390.- 590.-

  • เทมเพลตเรซูเม่ ทั้งแบบดีไซน์และแบบ ATS-friendly
  • ตัวอย่างการเขียนแยกตามสายงาน
  • คู่มือเปลี่ยน “หน้าที่” เป็น bullet แบบผลลัพธ์

ดูรายละเอียดเทมเพลตสั่งซื้อ / สอบถามทาง Messenger

บริการแนะนำ

Consult 1-on-1

2,900.- Google Meet 60 นาที

  • วางเรื่องเล่าให้ตรงตำแหน่งที่สมัคร
  • ซ้อมคำถามสำคัญแบบเจาะตำแหน่งจริง
  • เตรียมการคุยเรื่องเงินเดือนไปพร้อมกัน

ดูรายละเอียดบริการสั่งซื้อ / สอบถามทาง Messenger

* บริการ Consult สำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่เกิน 50,000 บาท

สรุป: คำถามที่ควรถามกลับที่ดีต้องเจาะจง ตรงกับคนที่นั่งสัมภาษณ์ และช่วยให้ตัดสินใจได้จริง รอบ HR ถามขั้นตอนและภาพรวม รอบหัวหน้าถามการวัดผลและความท้าทาย รอบผู้บริหารถามทิศทางธุรกิจ และเก็บเรื่องเงินเดือนไว้ถาม HR ในจังหวะที่เหมาะสม

ก่อนถึงห้องสัมภาษณ์ เอกสารสมัครงานต้องผ่านด่านแรกให้ได้ก่อน TUS Resume Blueprint (390.- จาก 590.-) มีเทมเพลตแบบ ATS-friendly และคู่มือเขียน bullet แบบผลลัพธ์ (อ่านเพิ่ม: Resume ATS-Friendly คืออะไร) ส่วนคนที่อยากซ้อมสัมภาษณ์แบบเจาะตำแหน่งจริง ดูบริการ Consult 1-on-1 ได้

👉 สั่งซื้อหรือสอบถามทาง Messenger เพจ Tricks Up Salary — ทัก Messenger


พร้อมที่จะ Level Up
ชีวิตการทำงานหรือยัง?

อย่าปล่อยให้เวลาหมดไปโดยเปล่า เริ่มต้นวันนี้เพื่อเงินเดือนที่เหมาะกับความสามารถของคุณ

*รับจำนวนจำกัดต่อเดือน เพื่อคุณภาพการดูแลสูงสุด